ดัชนีคุณภาพน้ำผิวดิน

  1. ค่าอุณหภูมิน้ำ หรือ Water Temperature มีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส (oC) การวัดค่าอุณหภูมิของน้ำสามารถใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบกระเปาะหรือเครื่องมืออิเลกโทรนิกส์ที่ตรวจวัดพารามิเตอร์อื่นๆที่สามารถวัดอุณหภูมิได้โดยควรวัดค่าอุณหภูมิน้ำขณะเก็บตัวอย่างน้ำ
  2. ค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่า pH (Potential of Hydrogen ion) เป็นค่าที่แสดงความเป็นกรด-ด่างของน้ำจากปฏิกิริยาของไฮโดรเจนไอออน(H+) สามารถวัดค่าได้หลายวิธี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมคือการวัดค่าความเป็นกรด-ด่างจากการเปลี่ยนสีของกระดาษลิตมัสหรือการวัดค่าโดยใช้เครื่อง pH meter<ฝli>
  3. ค่าความเค็ม (Salinity) มีหน่วยเป็น ppt สามารถวัดค่าความเค็มได้จากอุปกรณ์ชื่อ Hydrometer ซึ่งวัดค่าความถ่วงจำเพาะหรือความหนาแน่นของของเหลวโดยใช้หลักการที่ว่าวัตถุจะลอยในน้ำที่เกลือสูงกว่าในน้ำจืดเพราะในน้ำที่มีเกลือจะมีค่าความหนาแน่นสูงกว่าทำให้มีแรงพยุงวัตถุให้ลอยน้ำได้มากกว่าและหลักการที่ว่าความเค็มจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิด้วยซึ่งถ้าน้ำมีอุณหภูมิต่ำลงจะมีความเค็มสูงขึ้น
  4. ค่าออกซิเจนละลายน้ำ หรือ ค่า DO (Dissolved Oxygen) หมายถึง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) การวัดค่าออกซิเจนละลายน้ำสามารถวัดค่าได้โดยใช้ชุดทดสอบออกซิเจนละลายน้ำ (ว.312) ของกรมอนามัยหรือเครื่องวัดปริมาณออกซิเจนละลายน้ำแบบมือถือ (Handheld Dissolved Oxygen Meter)
  5. ค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ หรือ ค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand) เป็นตัวแทนของสารอินทรีย์ เช่น เศษอาหาร เศษพืชผักผลไม้ วัชพืช สบู่ สารซักฟอก อุจจาระปัสสาวะที่มีอยู่ในน้ำ สารอินทรีย์เหล่านี้นอกจากเป็นสารอาหารของจุลินทรีย์แล้วยังเป็นตัวทําให้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำลดน้อยลง ซึ่งค่าบีโอดีหรือค่าความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ หมายถึงค่าของปริมาณออกซิเจนที่ต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์หรือความสกปรก ดังนั้นยิ่งน้ำมีค่าบีโอดีสูงแสดงว่าน้ำนั้นยิ่งมีความสกปรกในรูปสารอินทรีย์สูง [1] ค่าบีโอดีมีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) การวัดค่าบีโอดีใช้หลักการเอไซด์โมดิฟิเคชั่น  (Azide Modification) ที่อุณหภูมิ 20oC เป็นเวลา 5 วันติดต่อกัน ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานและจำเป็นที่ต้องวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
  6. ค่าความนำไฟฟ้า หรือ ค่า EC (Electrical Conductivity) มีหน่วยเป็น µS/cm หรือ mS/cm การวัดค่าความนำไฟฟ้าเป็นการวัดความสามารถของน้ำที่จะให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ ซึ่งคุณสมบัตินี้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นชนิดของอิออนที่มีอยู่ในน้ำและอุณหภูมิของน้ำ ซึ่งสามารถวัดค่าได้โดยใช้เครื่อง Electrical Conductivity
  7. ความขุ่น หรือ Turbidity (NTU) ภาวะที่ของไหลมีความขุ่นหรือมัวเพราะได้รับการปนเปื้อนจากอนุภาคต่าง ๆ หรือสารแขวนลอยหลายขนาด  ถ้ามีความขุ่นสูงแสดงว่ามีการส่องผ่านของแสงน้อย ซึ่งเกิดจากตะกอน สาหร่าย หรือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่แขวนลอยในน้ำ ภาวะนี้ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่นเดียวกับหมอกควันในอากาศ โดยทั่วแหล่งน้ำไม่ควรมีค่าความขุ่นเกินกว่า 100 NTU เพราะจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์และพืชน้ำ อาทิเช่น บัดบังแสงสำหรับการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำ และการหาอาหารของสัตว์น้ำ เป็นต้น
  8. ค่าของแข็งแขวนลอย หรือ SS (Suspended Solids) มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) สามารถวัดค่าได้โดยใช้กระดาษกรองใยแก้วกรองตัวอย่างน้ำ จากนั้นนำไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 103 – 105 องศาเซลเซียส แล้ววัดปริมาณของแข็งแขวนลอยทั้งหมด
  9. อุณหภูมิของอากาศ หรือ Air Temperature มีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส (oC) สามารถวัดค่าได้หลายวิธี
  10. ค่าของแข็งทั้งหมด หรือ TS (Total Solids) มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) สามารถวัดค่าได้โดยใช้กระดาษกรองใยแก้วกรองตัวอย่างน้ำ จากนั้นนำไปอบแห้งที่อุณหภูมิ 103 – 105 องศาเซลเซียส แล้ววัดปริมาณของแข็งทั้งหมด
  11. ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด หรือ TDS (Total Dissolved Solids) มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร เกิดจากสารที่ละลายได้ในน้ำ สามารถวัดค่าได้โดยวัดปริมาณของแข็งที่ผ่านกระดาษกรองใยแก้วมาตรฐานที่เหลืออยู่ หลังจากทำการระเหยไอน้ำจนแห้งแล้วอบแห้งที่อุณหภูมิ 103 – 105 องศาเซลเซียส
  12. ค่าฟอสฟอรัส (TP) มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ โดยทั่วไปแหล่งน้ำจะมีปริมาณฟอสฟอรัสเพียงเล็กน้อย หากมีปริมาณฟอสฟอรัสสูงจะทำให้สาหร่ายมีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและทำให้ปลาขาดออกซิเจนในการหายใจ ปริมาณฟอสฟอรัสสามารถวัดค่าได้โดยใช้หลักการ Ascorbic Method ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการวัดค่าฟอสฟอรัสหรือใช้ชุดทดสอบ (Test Kits) ซึ่งใช้หลักการเปรียบเทียบสี (Colour Comparison) คือการวัดความแตกต่างของความเข้มสีของน้ำตัวอย่างกับสีมาตรฐาน
  13. ค่าแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด หรือ TCB (Total Coliform Bacteria) มีหน่วยเป็น MPN/100ml หรือมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) วิธีการตรวจสอบนิยมใช้เทคนิค Multiple Tube Fermentation
  14. ค่าแบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม หรือ FCB (Fecal Coliform Bacteria) มีหน่วยเป็น MPN/100ml หรือ มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) วิธีการตรวจสอบนิยมใช้เทคนิค Multiple Tube Fermentation
  15. ไนไตรท์ไนโตรเจนหรือ NO2-N มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) ไนไตรท์เป็นสภาวะรูปหนึ่งของไนโตรเจน โดยไนไตรท์สามารถถูกรีดิวส์ไปเป็นแอมโมเนียดวยกระบวนการที่เรียกว่า  Denitrification ในสภาวะไร้ออกซิเจนและไนไตรท์สามารถถูกออกซิไดซิไปเป็นไนเตรทได้โดยกระบวนการที่เรียกว่า Nitrification น้ำส่วนใหญ่จะพบไนไตรท์ในปริมาณไม่มากนัก
  16. ไนเตรทไนโตรเจน หรือ NO3-N มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) วิธีการตรวจสอบนิยมใช้วิธี Cadmium Reduction
  17. แอมโมเนียไนโตรเจน หรือ NH3-N มีหน่วยเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/l) แอมโมเนียเกิดจากการย่อยสลายทางชีวภาพของสารอินทีรย์ไนโตรเจน น้ำที่มีแอมโมเนียสูงมักมีแนวโน้มว่าเป็นน้ำที่สัมผัสกับน้ำเสียหรือน้ำสกปรก วิธีการตรวจสอบนิยมใช้วิธี Distillation Nesslerization
  18. โลหะหนัก (Heavy Metals) สารเหล่านี้ ได้แก่ นิเกิล (Ni) แมงกานีส (Mn) โครเมี่ยม (Cr) สังกะสี (Zn) ปรอท (Hg) ทองแดง (Cu) ตะกั่ว (Pb) แคดเมียม (Cd) ฯลฯ ถ้ามีธาตุเหล่านี้มากเกินไปในน้ำจะเป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้   
ข้อมูลคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาที่สามารถสืบค้นได้จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 16 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม